Contact Form

ทุกแบรนด์ครีมเริ่มต้นเหมือนกันหมด คือตักครีมใส่กระปุกด้วยไม้พาย แล้ววันหนึ่งก็ถึงจุดที่ทำแบบนั้นต่อไม่ไหว บทความนี้จะช่วยตอบว่าเครื่องบรรจุเครื่องแรกควรเป็นแบบไหน และจุดไหนที่ควรอัปเกรด

เครื่องบรรจุครีมแบบมือโยก ถังสแตนเลส บรรจุ 5-50 มล.

สัญญาณว่าถึงเวลาเลิกตักด้วยมือ

ไม่ใช่ทุกแบรนด์ต้องมีเครื่องบรรจุตั้งแต่วันแรก แต่ถ้าเจอข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้แปลว่าถึงเวลาแล้ว

สามทางเลือกที่คนส่วนใหญ่เจอ

1. ตักด้วยไม้พายหรือถุงบีบ

ข้อดี ลงทุนเกือบเป็นศูนย์ เริ่มได้ทันที เหมาะกับล็อตทดลองไม่กี่สิบใบ

ข้อเสีย ปริมาณไม่คงที่เลย เลอะขอบภาชนะ เสียเนื้อครีมมาก มือล้าเร็ว และหน้าตางานไม่เป็นมืออาชีพ ถ้าคิดจะขายจริงจัง วิธีนี้จะกลายเป็นคอขวดเร็วกว่าที่คิด

2. เครื่องบรรจุลูกสูบแบบมือโยก

ข้อดี ปริมาณคงที่เพราะกำหนดด้วยระยะชักเชิงกล ไม่ใช่สายตา ไม่ต้องต่อไฟ ไม่ต้องมีปั๊มลม ตั้งบนโต๊ะแล้วใช้ได้เลย ราคาเข้าถึงง่ายที่สุดในบรรดาเครื่องบรรจุ และแทบไม่มีอะไรให้เสียเพราะไม่มีบอร์ดควบคุมและไม่มีเซ็นเซอร์

ข้อเสีย ต้องใช้แรงคนโยก จึงมีเพดานเรื่องจำนวนต่อวัน และเหมาะกับเนื้อข้นมากกว่าของเหลวใส

นี่คือคำตอบของแบรนด์ส่วนใหญ่ที่กำลังโต และเป็นเครื่องบรรจุเครื่องแรกที่คุ้มที่สุด

เครื่องบรรจุครีมมือโยก รูปถ่ายจริง ถังกรวยสแตนเลส

3. เครื่องบรรจุใช้ลมหรือกึ่งอัตโนมัติ

ข้อดี เร็วกว่าและไม่เปลืองแรง ทำงานได้ต่อเนื่องยาวโดยคุณภาพไม่ตกตามความล้าของคน

ข้อเสีย ต้องมีปั๊มลมซึ่งมีทั้งราคา เสียงดัง ค่าไฟ และพื้นที่ตั้ง รวมแล้วต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่าหลายเท่า เหมาะเมื่อยอดผลิตต่อวันสูงจนแรงคนไม่พอจริง ๆ ไม่ใช่เมื่อ “อยากได้ของดี” ตั้งแต่แรก

เครื่องบรรจุลูกสูบทำงานอย่างไร

เข้าใจหลักการแล้วจะเลือกและใช้ได้ถูกขึ้นมาก

  1. เทเนื้อครีมลงถังกรวยด้านบน
  2. ครีมไหลลงเติมกระบอกลูกสูบด้วยแรงโน้มถ่วง
  3. โยกก้านลง ลูกสูบดันครีมออกทางหัวจ่ายเท่ากับระยะชักที่ตั้งไว้
  4. ปล่อยก้านกลับ วาล์วสลับทิศ ครีมชุดใหม่ไหลเข้ากระบอกรอรอบถัดไป

เพราะปริมาตรถูกกำหนดด้วยกลไก ไม่ใช่การกะ ทุกครั้งที่โยกสุดจึงได้เท่ากัน จุดสำคัญคือ ต้องโยกให้สุดจังหวะทุกครั้ง ถ้าโยกครึ่ง ๆ กลาง ๆ ปริมาณจะเพี้ยนทันที

ปรับปริมาตรบรรจุ 5-50 มล. ได้ทุกกระปุกเท่ากัน

เช็กลิสต์ก่อนซื้อเครื่องบรรจุมือโยก

ชุดวาล์วสแตนเลสและก้านโยกของเครื่องบรรจุครีม

ใช้ให้ได้ผลจริง เจ็ดข้อที่มือใหม่มักพลาด

  1. ไม่ไล่ฟองอากาศก่อนเริ่ม ควรโยกทิ้ง 2-3 ครั้งลงภาชนะเปล่าจนเนื้อออกสม่ำเสมอก่อนเดินงานจริง
  2. ไม่ทดลองตวงก่อนล็อกค่า ควรจ่ายลงถ้วยตวงหรือชั่งน้ำหนักเทียบก่อน แล้วค่อยล็อกสกรู
  3. โยกไม่สุดจังหวะ สาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ปริมาณไม่เท่ากันทั้งที่ใช้เครื่องแล้ว
  4. เนื้อข้นเกินไปโดยไม่อุ่น ครีมที่ข้นจัดจะไหลลงกระบอกไม่ทัน ทำให้จ่ายได้ไม่เต็ม ควรอุ่นให้อ่อนตัวลงเล็กน้อยก่อนเทลงถัง
  5. ใส่เนื้อที่มีเม็ดหยาบ สครับเม็ดใหญ่หรือชิ้นผลไม้อาจติดวาล์วจนปริมาณเพี้ยน
  6. ไม่สุ่มชั่งระหว่างล็อต ควรสุ่มทุก 20-30 ใบ เพื่อยืนยันว่าค่ายังไม่เลื่อน
  7. ปล่อยครีมแห้งคาเครื่อง ล้างทันทีหลังเลิกงานเสมอ โดยเฉพาะเมื่อจะเปลี่ยนสูตรหรือเปลี่ยนสี

สแตนเลสทั้งชุด ถอดล้างทำความสะอาดได้

คุ้มไหมเมื่อคิดเป็นตัวเลข

ลองคิดแบบง่ายที่สุด สมมติว่าการตักด้วยมือทำให้บรรจุเกินเฉลี่ยกระปุกละ 2-3 มิลลิลิตร และเสียเนื้อครีมติดภาชนะอีกส่วนหนึ่งในแต่ละล็อต เมื่อคูณด้วยจำนวนกระปุกที่ผลิตต่อเดือน ตัวเลขที่ได้มักทำให้เห็นภาพชัดว่าเครื่องบรรจุคืนทุนจากส่วนที่ประหยัดได้เพียงอย่างเดียว ยังไม่นับเวลาที่ประหยัดและงานที่ออกมาสวยขึ้น

ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ความสม่ำเสมอ สินค้าที่ทุกกระปุกเหมือนกันทำให้ลูกค้าเชื่อว่าแบรนด์นี้ควบคุมคุณภาพได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต่อรองราคาได้ยากกว่าเรื่องอื่น

สรุป

สำหรับแบรนด์ครีมที่กำลังโตจากการแพ็กเองที่บ้านไปสู่การผลิตเป็นล็อต เครื่องบรรจุลูกสูบแบบมือโยกคือจุดเริ่มต้นที่คุ้มที่สุด เพราะได้ความแม่นยำระดับเครื่องจักรในราคาที่ยังจ่ายไหว ไม่ต้องเดินไฟ ไม่ต้องมีปั๊มลม และแทบไม่มีค่าบำรุงรักษา

เมื่อยอดต่อวันสูงจนแรงคนไม่พอ ค่อยขยับไปเครื่องใช้ลมหรือกึ่งอัตโนมัติ แต่หลายแบรนด์ยังเก็บเครื่องมือโยกไว้ใช้กับงานตัวอย่างและล็อตเล็กอยู่ดี เพราะปรับตั้งเร็วและล้างง่ายกว่า

สนใจเครื่องบรรจุครีมแบบมือโยก ถังสแตนเลสจุ 10 กิโลกรัม ปรับปริมาตรได้ 5-50 มิลลิลิตร สอบถามรายละเอียดได้ทาง LINE @PYCM

เครื่องบรรจุครีม เจล โลชั่น และซอสข้น สำหรับแบรนด์เล็ก