Contact Form

ในบรรดาสินค้าหมวดเมคอัพทั้งหมด “รองพื้น” คือตัวที่ลูกค้าซื้อซ้ำสม่ำเสมอที่สุด เพราะใช้ทุกวันและหมดเร็วกว่าลิปสติกหรืออายแชโดว์หลายเท่า แบรนด์ไทยจำนวนมากจึงเริ่มไลน์เมคอัพด้วยรองพื้นเป็นตัวแรก

แต่รองพื้นก็เป็นสินค้าที่ “ทำพลาดแล้วเจ็บ” เพราะเกี่ยวข้องกับเฉดสี ซึ่งถ้าเลือกผิดตั้งแต่ต้นจะเหลือสต็อกค้างที่ขายไม่ออก บทความนี้เรียงลำดับขั้นตอนให้ครบตั้งแต่ยังไม่มีอะไรเลย จนถึงมีสินค้าพร้อมขาย

ครีมรองพื้นปกปิดสูงสำหรับแบรนด์ของคุณเอง
รองพื้นเป็นสินค้าซื้อซ้ำ จึงเหมาะเป็นตัวเปิดไลน์เมคอัพ

ขั้นที่ 1 — ตัดสินใจก่อนว่าจะขายใคร

ก่อนคุยกับโรงงาน ให้ตอบสามคำถามนี้ให้ได้ก่อน เพราะคำตอบจะกำหนดทุกอย่างที่ตามมา

ถ้ายังตอบไม่ได้ทั้งสามข้อ อย่าเพิ่งสั่งผลิต ให้ไปคุยกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจริงก่อนสัก 20-30 คน

ขั้นที่ 2 — เลือกระบบสูตรให้ตรงกับอากาศไทย

รองพื้นแบ่งเป็นสองระบบใหญ่ และเลือกผิดคือจบตั้งแต่ต้น

ระบบ ข้อดี ข้อจำกัด เหมาะกับ
O/W (น้ำมันในน้ำ) เกลี่ยง่าย เนื้อเบา ต้นทุนต่ำกว่า ไม่ทนเหงื่อ เคลื่อนตัวง่ายในอากาศชื้น ตลาดที่อากาศเย็น หรือรองพื้นเนื้อบางระดับ light coverage
W/O (น้ำในน้ำมัน) ทนเหงื่อ ทนความชื้น ปกปิดสูงได้ ติดทนทั้งวัน ต้องออกแบบสูตรดี ไม่งั้นรู้สึกหนัก ตลาดไทย โดยเฉพาะรองพื้นปกปิดสูงและรองพื้นติดทน

สำหรับตลาดไทยที่ร้อนและชื้นเกือบทั้งปี ระบบ W/O ที่ออกแบบมาดีจะได้เปรียบชัดเจน เพราะฟิล์มด้านนอกเป็นน้ำมันและซิลิโคน เหงื่อจึงไม่ทำให้เนื้อเคลื่อน

ขั้นที่ 3 — เลือกเฉดสี อย่าเริ่มเยอะ

ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของแบรนด์ใหม่คือทำ 6-8 เฉดตั้งแต่ล็อตแรก เพราะอยากให้ครบทุกคน ผลคือเฉดปลายทั้งสองด้านค้างสต็อกยาว

เลือกเฉดสีครีมรองพื้นสำหรับแบรนด์ ตั้งแต่ไอวอรี่ถึงแทนเข้ม
เริ่มจากไม่กี่เฉดที่ครอบคลุมคนส่วนใหญ่ แล้วค่อยขยายตามข้อมูลยอดขาย

ขั้นที่ 4 — กำหนดจุดขายให้ชัดเป็นข้อ ๆ

ลูกค้าไม่ได้ซื้อ “รองพื้น” แต่ซื้อการแก้ปัญหา ให้เขียนจุดขายออกมาเป็นข้อสั้น ๆ ที่ใช้ต่อในหน้าโฆษณาได้เลย ตัวอย่างจากสูตรรองพื้นปกปิดสูงที่ใช้จริง

สรรพคุณเด่นของครีมรองพื้นปกปิดสูง
แปลงคุณสมบัติของสูตรเป็นจุดขายสั้น ๆ ที่ใช้ต่อในคอนเทนต์ได้ทันที

ขั้นที่ 5 — วางขนาดบรรจุและไลน์สินค้า

ขนาดขายปลีกมาตรฐานของรองพื้นคือ 30 มล. และมีขนาด 50 มล. เป็นตัวคุ้มค่า การออกสองขนาดพร้อมกันช่วยได้สองเรื่อง คือทำให้ลูกค้าใหม่กล้าลองด้วยราคาที่ต่ำกว่า และทำให้ลูกค้าเก่าอยู่กับแบรนด์นานขึ้นด้วยตัวเลือกที่คุ้มกว่า

อย่าลืมคิดถึง ขนาดทดลอง ด้วย ถ้ามีงบ ทำซองหรือขวดจิ๋วแจกในงานออกบูธหรือแถมไปกับออร์เดอร์อื่น จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเฉดสีไม่ตรงได้มาก

ขั้นที่ 6 — คิดต้นทุนให้ครบทุกช่อง

ต้นทุนต่อชิ้นของสินค้าเมคอัพไม่ได้มีแค่ค่าเนื้อ ให้ลิสต์ให้ครบก่อนตั้งราคา

  1. ค่าเนื้อครีมต่อขนาดบรรจุ
  2. ขวด ฝา และจุก
  3. ฉลากและกล่อง (รวมค่าออกแบบครั้งแรก หารตามจำนวนล็อต)
  4. ค่าบรรจุและค่าแรง
  5. ค่าจดแจ้ง อย. และค่าตรวจวิเคราะห์ที่จำเป็น
  6. ค่าขนส่ง ค่าแพ็ก และของเสียระหว่างผลิต

เมื่อได้ต้นทุนรวมแล้ว ค่อยย้อนกลับไปดูว่าราคาที่ตั้งใจขายยังทำกำไรได้ไหม ถ้าไม่ได้ ให้กลับไปปรับที่ขนาดล็อตหรือบรรจุภัณฑ์ ไม่ใช่ลดคุณภาพเนื้อ

ขั้นที่ 7 — เอกสารและการจดแจ้ง

เครื่องสำอางที่ขายในไทยต้องจดแจ้งกับ อย. และข้อความบนฉลากต้องสอดคล้องกับข้อกำหนด สิ่งที่ควรเตรียมและตรวจ

โรงงานที่มีประสบการณ์จะช่วยตรวจข้อความบนฉลากให้ก่อนพิมพ์ ซึ่งประหยัดทั้งเวลาและค่าพิมพ์ฉลากใหม่

บริการรับผลิตครีมรองพื้น ครบวงจร ตั้งแต่สูตรถึงจดแจ้ง อย.
เลือกโรงงานที่ดูแลตั้งแต่ปรับสูตร บรรจุ ติดฉลาก จนถึงจดแจ้ง อย.

สรุป

การทำแบรนด์รองพื้นไม่ได้ยากที่ “หาโรงงาน” แต่ยากที่การตัดสินใจให้ถูกตั้งแต่ต้น คือรู้ว่าขายใคร เลือกระบบสูตรให้เหมาะกับอากาศไทย เริ่มจำนวนเฉดแต่พอดี และคิดต้นทุนให้ครบก่อนตั้งราคา

ถ้าต้องการดูตัวอย่างสูตรที่พร้อมผลิตจริง ลองดู ครีมรองพื้นปกปิดสูง ซูเปอร์ คัฟเวอเรจ ฟาวน์เดชั่น จากโรงงาน PANYACOSMO ซึ่งเป็นสูตรระบบ W/O ปรับเฉดสีและสารบำรุงได้ตามจำนวนสั่งผลิต พร้อมบรรจุขนาด 30 และ 50 มล. และมีบริการดูแลเรื่องฉลากกับการจดแจ้ง อย. ให้ครบวงจร