ครีมที่แยกชั้นหลังตั้งไว้สองสามวัน เป็นปัญหาที่คนเริ่มทำเครื่องสำอางเจอกันแทบทุกคน หลายคนคิดว่าแก้ได้ด้วยการเพิ่มสารอิมัลซิไฟเออร์ หรือกวนให้นานขึ้น ความจริงคือส่วนใหญ่แล้วปัญหาอยู่ที่ ขั้นตอนและอุปกรณ์ตอนตีอิมัลชัน ไม่ใช่ที่สูตร
บทความนี้ไล่ขั้นตอนการตีอิมัลชันในห้องแล็บให้ดูทีละขั้น พร้อมจุดที่คนพลาดบ่อยในแต่ละขั้น

อิมัลชันอยู่ตัวได้เพราะอะไร
ครีมและโลชั่นคือน้ำมันที่กระจายอยู่ในน้ำ (หรือกลับกัน) ในรูปของหยดเล็ก ๆ สิ่งที่ทำให้มันไม่แยกชั้นมีสองอย่างทำงานร่วมกัน
- สารอิมัลซิไฟเออร์ ไปเกาะที่ผิวหยด ลดแรงตึงผิวและกันไม่ให้หยดสองหยดรวมกัน
- ขนาดของหยด ยิ่งหยดเล็ก ยิ่งลอยตัวช้า ตามกฎของสโตกส์ ความเร็วการแยกชั้นแปรผันตามรัศมีหยดยกกำลังสอง หมายความว่าถ้าหยดเล็กลงครึ่งหนึ่ง มันจะลอยตัวช้าลงถึงสี่เท่า
สูตรที่ดีจัดการข้อแรกให้ แต่ข้อสองเป็นเรื่องของ เครื่องมือ ล้วน ๆ ไม่ว่าจะใส่อิมัลซิไฟเออร์มากแค่ไหน ถ้าตีหยดไม่เล็กพอ ครีมก็แยกชั้นอยู่ดี
ขั้นตอนตีอิมัลชันทีละขั้น
ขั้นที่ 1 แยกเฟสน้ำและเฟสน้ำมัน
ชั่งวัตถุดิบแยกเป็นสองบีกเกอร์ เฟสน้ำใส่น้ำ สารกันเสียที่ละลายน้ำ สารเพิ่มความชุ่มชื้น ส่วนเฟสน้ำมันใส่น้ำมัน ไข อิมัลซิไฟเออร์ อุ่นทั้งสองเฟสให้ถึงอุณหภูมิเดียวกัน โดยทั่วไปประมาณ 70-75 องศาเซลเซียส
จุดที่พลาดบ่อย อุณหภูมิสองเฟสต่างกันเกิน 5 องศา ทำให้ไขในเฟสน้ำมันเริ่มแข็งตัวทันทีที่เจอเฟสน้ำที่เย็นกว่า เกิดเป็นเม็ดไขเล็ก ๆ ที่ตีไม่แตกอีกเลย
ขั้นที่ 2 เทรวมกันขณะยังร้อน
เทเฟสน้ำมันลงในเฟสน้ำ (หรือกลับกันตามที่สูตรกำหนด) อย่างช้า ๆ ขณะที่กำลังกวนอยู่ อย่าเทรวดเดียวทั้งหมด เพราะจะได้หยดใหญ่ตั้งแต่แรกและต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการตีให้เล็ก
ขั้นที่ 3 ตีด้วยโฮโมจีไนซ์ ขั้นตอนที่ชี้ขาด
นี่คือขั้นที่กำหนดว่าครีมจะอยู่ตัวหรือไม่ จุ่มหัวปั่นลงในเนื้อของให้ ท่วมช่องด้านข้างของหัว ก่อนเปิดเครื่องเสมอ วางหัวให้อยู่ประมาณกึ่งกลางความสูงของของเหลวและเยื้องจากกึ่งกลางภาชนะเล็กน้อย ตำแหน่งแบบนี้จะสร้างการไหลวนที่ดึงเนื้อของทั่วทั้งบีกเกอร์เข้าหาหัวปั่น
เริ่มจากรอบต่ำก่อนแล้วค่อยไล่ขึ้นไปหารอบที่ต้องการ ปั่นราว 3-5 นาทีสำหรับตำรับทั่วไป สังเกตเนื้อของ เมื่อจากที่เคยขุ่นเป็นชั้น ๆ กลายเป็นเนื้อขาวเนียนสม่ำเสมอทั้งบีกเกอร์ และไม่มีจุดมันลอยที่ผิวแล้ว แปลว่าใช้ได้

จุดที่พลาดบ่อย
- เปิดเครื่องก่อนจุ่ม ทำให้ของกระเด็นและซีลของเครื่องสึก
- จุ่มหัวลึกจนชนก้นบีกเกอร์ การไหลวนจะถูกขัด และหัวอาจครูดกับก้นภาชนะ
- ปั่นนานเกินไปโดยไม่ดูอุณหภูมิ แรงเฉือนสูงทำให้เนื้อของร้อนขึ้นเองได้หลายองศาต่อนาที ตำรับที่มีสารสำคัญไวความร้อนอาจเสียไปตั้งแต่ขั้นนี้
- ใช้ภาชนะปากกว้างเตี้ยเกินไป ทำให้เกิดวังน้ำวนที่ดูดอากาศลงไปในเนื้อของจนเป็นฟอง
ขั้นที่ 4 ลดรอบแล้วกวนต่อระหว่างเย็นตัว
เมื่อได้เนื้อเนียนแล้ว ลดรอบลงหรือเปลี่ยนไปใช้การกวนช้า ๆ ระหว่างที่ครีมเย็นตัวลง ขั้นนี้สำคัญเพราะโครงสร้างของไขจะจัดเรียงตัวตอนเย็น ถ้าปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ เนื้อครีมมักแยกเป็นชั้นบนกับล่างที่มีความข้นไม่เท่ากัน
ขั้นที่ 5 เติมสารที่ไวความร้อนตอนอุ่น
สารสกัด วิตามิน น้ำหอม และสารกันเสียบางชนิด ควรเติมเมื่อครีมเย็นลงมาที่ราว 40 องศาเซลเซียสแล้ว ปั่นด้วยรอบต่ำสั้น ๆ พอให้เข้ากันเท่านั้น ไม่ต้องใช้รอบสูงอีก
เลือกเครื่องให้ตรงกับปริมาตรที่ทำจริง
คนทำตำรับส่วนใหญ่เริ่มจากล็อตเล็ก 100-250 มิลลิลิตรเพื่อทดสอบสูตร แล้วค่อยขยายเป็นครึ่งลิตรหรือหนึ่งลิตรครึ่งเมื่อสูตรนิ่งแล้ว ตรงนี้คือจุดที่ต้องเลือกเครื่องให้ถูก
- ล็อตทดสอบ 0.2-250 มล. ใช้เครื่องมอเตอร์ 180 วัตต์ หัวมาตรฐาน 10 มิลลิเมตร เพียงพอและคล่องตัวกว่า
- ล็อตขยาย 50 มล. – 1.5 ลิตร ควรขยับไปเครื่อง 280 วัตต์ หัว 12 หรือ 18 มิลลิเมตร เพราะเครื่องเล็กจะทำงานหนักเกินไปเมื่อของเยอะ

ที่ต้องระวังคือ อย่าเลือกหัวปั่นเล็กเกินไปเทียบกับปริมาตร เพราะของเหลวส่วนที่อยู่ไกลหัวจะไม่ถูกดูดเข้ามา ทำให้บางส่วนถูกตีจนละเอียดเกิน ในขณะที่อีกส่วนแทบไม่ถูกตีเลย ผลคือหยดมีขนาดกระจายกว้าง ซึ่งเป็นสาเหตุของการแยกชั้นในภายหลัง

ตรวจงานอย่างไรว่าอิมัลชันใช้ได้
- ดูด้วยตา เนื้อควรเนียนสม่ำเสมอ ไม่มีจุดมันลอย ไม่มีเม็ดไข
- ป้ายบนกระจก เกลี่ยบาง ๆ แล้วส่องไฟ ถ้าเห็นเป็นเม็ดหรือลายแสดงว่าหยดยังใหญ่
- ทดสอบเร่งการแยกชั้น เก็บตัวอย่างไว้ที่ 45 องศาเซลเซียส 1-2 สัปดาห์ ถ้าไม่แยกชั้นแปลว่าตำรับและการตีอิมัลชันผ่าน
- รอบอุ่น-เย็น สลับเก็บที่ตู้เย็นกับอุณหภูมิห้องหลายรอบ อิมัลชันที่ตีไม่ดีจะแยกชั้นตั้งแต่รอบแรก ๆ
เครื่องมือพื้นฐานที่ควรมีในห้องตั้งตำรับ
- เครื่องโฮโมจีไนซ์แรงเฉือนสูง พร้อมหัวปั่นอย่างน้อยสองขนาด
- เตาให้ความร้อนพร้อมเครื่องกวน สำหรับอุ่นเฟสและกวนตอนเย็นตัว
- เทอร์โมมิเตอร์แบบอ่านเร็ว เพื่อคุมอุณหภูมิสองเฟสให้ตรงกัน
- บีกเกอร์ทรงสูงหลายขนาด ทรงสูงดีกว่าทรงเตี้ยเพราะลดการดูดอากาศ
- เครื่องชั่งทศนิยมสองตำแหน่งขึ้นไป

เรื่องการดูแลที่มักถูกมองข้าม
ถอดหัวปั่นล้างทุกครั้งหลังใช้ อย่ารอให้ครีมแห้งคาช่องสเตเตอร์ ถ้าปั่นของที่แห้งติดง่าย ให้ปั่นในบีกเกอร์น้ำสะอาดสัก 10 วินาทีก่อนถอดล้าง จะประหยัดเวลากว่ามาก
ตัวมอเตอร์ห้ามฉีดน้ำล้างหรือจุ่มลงน้ำเด็ดขาด เช็ดด้วยผ้าหมาดเท่านั้น และควรจำไว้เสมอว่าเครื่องกลุ่มนี้ออกแบบให้ทำงานเป็นช่วง ไม่ใช่เดินต่อเนื่องทั้งวัน ถ้าต้องทำหลายล็อตติดกันให้พักเครื่องเป็นระยะ

สรุป
ครีมแยกชั้นส่วนใหญ่ไม่ได้แก้ด้วยการเติมอิมัลซิไฟเออร์เพิ่ม แต่แก้ด้วยการทำให้หยดเล็กลงและสม่ำเสมอขึ้น ซึ่งต้องอาศัยแรงเฉือนจากหัวปั่นแบบโรเตอร์-สเตเตอร์ พร้อมกับการคุมอุณหภูมิและลำดับขั้นตอนให้ถูก
ถ้าลงทุนเครื่องมือให้ถูกตั้งแต่แรก จะประหยัดเวลาลองผิดลองถูกไปได้มาก และได้ผลที่ทำซ้ำได้จริงเวลาขยายล็อต
ดูรุ่นและสเปกทั้งหมดได้ที่ เครื่องโฮโมจีไนซ์ห้องแล็บ 30,000 รอบ/นาที JZ-10T / 10TC / 12T / 18T
สอบถามเพิ่มเติม LINE @PYCM


