Contact Form

ปัญหาที่ช่างสีเจอบ่อยที่สุดและถูกโทษผิดคนบ่อยที่สุดคือ ผิวเปลือกส้ม หรือฟิล์มสีที่ไม่เรียบเงาอย่างที่ควรจะเป็น เวลาเกิดขึ้น คนแรกที่ถูกมองคือช่างพ่น คนที่สองคือยี่ห้อสี แต่ในหลายกรณีต้นเหตุจริงอยู่ที่ตัวที่แทบไม่มีใครพูดถึงเลย นั่นคือ ตัวทำละลายที่ผสมลงไป

ถังผสมในโรงงานสีและสารเคลือบ ใช้ตัวทำละลาย EA MEK
ถังผสมในโรงงานสีและสารเคลือบ ใช้ตัวทำละลาย EA MEK

ฟิล์มสีเรียบได้เพราะมีเวลา ไม่ใช่เพราะพ่นเก่งอย่างเดียว

เวลาสีออกจากหัวพ่นและไปเกาะบนชิ้นงาน มันไม่ได้เรียบทันที มันเป็นหยดเล็ก ๆ จำนวนมากที่ต้องใช้เวลาสั้น ๆ ไหลตัวเข้าหากันจนกลายเป็นฟิล์มเดียว ช่วงเวลานั้นเรียกว่าช่วงไหลตัว และมันจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อฟิล์มยังเปียกอยู่

ตัวที่ควบคุมว่าฟิล์มจะเปียกอยู่นานแค่ไหนคือ ความเร็วการระเหยของตัวทำละลาย ถ้ามันระเหยเร็วเกินไป ฟิล์มจะแห้งตั้งแต่ยังเป็นหยดอยู่ ผลลัพธ์คือผิวขรุขระเป็นเปลือกส้มที่ต้องขัดและพ่นซ้ำ

สิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละกรณี

สถานการณ์ อาการที่เห็น ทางแก้
ตัวทำละลายระเหยเร็วเกินไป ผิวเปลือกส้ม สีด้าน ฟิล์มบางไม่สม่ำเสมอ ผสมตัวที่ระเหยช้าลง เช่น Butyl Acetate เข้าไปเป็นตัวหน่วง
ตัวทำละลายระเหยช้าเกินไป สีย้อย ชิ้นงานติดฝุ่น รอบผลิตยืด เพิ่มสัดส่วนตัวที่ระเหยเร็ว เช่น MEK หรือ Ethyl Acetate
ความชื้นในอากาศสูง ฝ้าขาวบนฟิล์ม สีขุ่นไม่ใส เลี่ยงตัวที่ดูดความชื้น ปรับสูตรตามฤดูกาล
กำลังละลายไม่พอ เรซินไม่ละลายหมด สีเป็นเม็ด อุดหัวพ่น เปลี่ยนไปใช้ตัวที่แรงขึ้น เช่น MEK แทน Ethyl Acetate

สังเกตว่าทุกช่องในตารางนี้แก้ได้ด้วยการปรับตัวทำละลาย ไม่ต้องเปลี่ยนสีและไม่ต้องเปลี่ยนช่าง

ถังตัวทำละลาย Ethyl Acetate EA, MEK และ MEG เรียงกัน
ถังตัวทำละลาย Ethyl Acetate EA, MEK และ MEG เรียงกัน

รู้จักตัวทำละลายสามตัวที่ใช้ในงานสีมากที่สุด

1. Ethyl Acetate (EA)

จุดเดือด 77 องศาเซลเซียส ระเหยเร็วมาก กลิ่นอ่อนกว่าตัวอื่นในกลุ่มเดียวกัน เป็นตัวเลือกยอดนิยมของงานหมึกพิมพ์ซอง กาว และแล็กเกอร์ไนโตรเซลลูโลส ข้อดีคือแห้งไวมากจึงเหมาะกับไลน์ที่ต้องหมุนงานเร็ว ข้อจำกัดคือถ้าใช้เดี่ยว ๆ ในงานพ่นสีมักจะเร็วเกินไปจนฟิล์มไม่ทันไหลตัว

2. Methyl Ethyl Ketone (MEK)

จุดเดือด 79.6 องศาเซลเซียส ระเหยเร็วมากพอ ๆ กับ EA แต่ กำลังการละลายแรงกว่าชัดเจน จึงเป็นตัวเลือกแรกเวลาต้องละลายเรซินที่ดื้อ ล้างผิวโลหะก่อนพ่น หรือทำความสะอาดระบบ ข้อแลกคือกลิ่นแรงกว่าและต้องระบายอากาศดีกว่า

3. Butyl Acetate (BA)

จุดเดือด 126 องศาเซลเซียส ระเหยปานกลาง นี่คือตัวที่ทำให้ฟิล์มสีมีเวลาไหลตัวจนเรียบเงา ในสูตรทินเนอร์สำหรับสีพ่นรถยนต์ BA มักอยู่ในบทบาทตัวหน่วง ไม่ใช่ตัวทำละลายหลัก แต่มันคือตัวที่ตัดสินว่าผิวงานจะออกมาเงาหรือเป็นเปลือกส้ม

แกลลอน MC DMF BC BA พร้อมกระบอกตวงแก้ว
แกลลอน MC DMF BC BA พร้อมกระบอกตวงแก้ว

ทำไมสูตรเดียวกันถึงให้ผลไม่เหมือนกันในแต่ละฤดู

เพราะความเร็วการระเหยไม่ใช่ค่าคงที่ มันขึ้นกับอุณหภูมิและความชื้นของอากาศหน้างาน สูตรที่ลงตัวในหน้าหนาวจะระเหยเร็วขึ้นในหน้าร้อน และในหน้าฝนที่ความชื้นสูง ตัวทำละลายที่ไม่ผสมน้ำอย่าง MEK, EA และ BA อาจดึงความชื้นจากอากาศจนเกิดฝ้าขาวบนฟิล์ม

โรงงานที่เจอปัญหาตามฤดูกาลมักแก้ด้วยการมีสูตรทินเนอร์สองแบบ คือแบบเร็วสำหรับอากาศเย็นและแบบช้าสำหรับอากาศร้อนชื้น แล้วสลับใช้ตามสภาพจริง วิธีนี้ได้ผลกว่าการพยายามใช้สูตรเดียวตลอดปีมาก

แนวทางปรับตามหน้างาน

  1. อากาศร้อนจัดหรือชิ้นงานร้อน ให้เพิ่มสัดส่วนตัวที่ระเหยช้าลง เพื่อชดเชยการระเหยที่เร็วขึ้น
  2. ความชื้นสูง ให้ลดสัดส่วนตัวที่ระเหยเร็วมากลง เพราะการระเหยเร็วดึงความร้อนออกจากผิวฟิล์มจนไอน้ำกลั่นตัว
  3. ชิ้นงานใหญ่หรือรูปทรงซับซ้อน ต้องการเวลาไหลตัวมากขึ้น ให้เพิ่มตัวหน่วง
  4. ชิ้นงานเล็กและไลน์เร็ว ให้เพิ่มตัวที่ระเหยเร็วเพื่อไม่ให้คิวถัดไปติด
  5. ทุกครั้งที่ปรับสูตร ให้ทดลองบนแผ่นทดสอบก่อน อย่าปรับกลางไลน์การผลิตจริง
ขวดแล็บบรรจุตัวทำละลายใส EA MEK MEG
ขวดแล็บบรรจุตัวทำละลายใส EA MEK MEG

ก่อนโทษสีหรือช่าง ลองตรวจสามข้อนี้

ข้อมูลสามอย่างนี้มักบอกต้นเหตุได้ภายในสัปดาห์เดียว และเกือบทุกครั้งคำตอบจะไม่ใช่ยี่ห้อสี

สรุป

ตัวทำละลายไม่ใช่แค่ของเหลวที่เอาไว้ทำให้สีเจือจางลง มันคือตัวควบคุมเวลาของกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่ตอนที่สีออกจากหัวพ่นจนถึงตอนที่ฟิล์มเซ็ตตัว การเลือกชนิดและสัดส่วนให้ตรงกับงานและสภาพอากาศหน้างานคือเครื่องมือที่ถูกที่สุดในการยกคุณภาพผิวงาน และมันอยู่ในมือของโรงงานเองทั้งหมด ไม่ต้องรอใคร