Contact Form

สำหรับคนที่ทำครีมขายเป็นอาชีพ ต้นทุนไม่ได้อยู่แค่ค่าวัตถุดิบต่อกิโล แต่อยู่ที่เวลาที่ใช้ต่อหนึ่งล็อตด้วย การต้มสองเฟส รอให้อุณหภูมิเท่ากัน กวนจนเย็น แล้วค่อยบรรจุ กินเวลาไปครึ่งวันได้ง่าย ๆ ทั้งที่เนื้อครีมสุดท้ายอาจไม่ต่างจากวิธีที่เร็วกว่าเลย

บทความนี้จะเทียบให้เห็นชัด ๆ ระหว่างการทำครีมแบบร้อน (hot process) กับการทำครีมแบบเย็น (cold process) ว่าต่างกันตรงไหน ใครควรใช้แบบไหน และทำไมสูตรบางประเภทถึงควรเลิกต้มไปเลย

น้ำกับน้ำมันรวมเป็นเนื้อครีมเดียวกันด้วยการผสมเย็น ไม่ต้องใช้ความร้อน
น้ำกับน้ำมันรวมเป็นเนื้อครีมเดียวกันด้วยการผสมเย็น ไม่ต้องใช้ความร้อน

วิธีร้อนกับวิธีเย็น ต่างกันตรงไหน

วิธีร้อน คือการอุ่นเฟสน้ำและเฟสน้ำมันแยกกันให้ได้อุณหภูมิใกล้เคียงกัน แล้วเทรวมพร้อมกวน ตัวประสานหลายชนิดต้องละลายด้วยความร้อนก่อนถึงจะทำงานได้ ข้อดีคือเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้กับสารได้หลากหลาย ข้อเสียคือกินเวลา กินค่าไฟ ต้องมีอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ และต้องรอเย็นก่อนใส่สารที่ไวความร้อน

วิธีเย็น คือการใช้ตัวประสานที่ทำงานได้ที่อุณหภูมิห้อง ผสมแล้วข้นทันทีระหว่างกวน ไม่ต้องตั้งหม้อ ไม่ต้องรอเย็น ข้อดีคือเร็วและควบคุมง่าย ข้อจำกัดคือต้องเลือกสารให้ตรงประเภท และมีเพดานปริมาณน้ำมันที่รับได้

เวลาที่ประหยัดได้ ไม่ใช่เรื่องเล็ก

ลองคิดเป็นขั้นตอนจริงในครัวหรือในไลน์ผลิตขนาดเล็ก

เทียบกับวิธีเย็นที่ตัดสองขั้นตอนแรกเรื่องความร้อนและการรอเย็นออกไปทั้งหมด งานที่เคยใช้เวลาเป็นชั่วโมงเหลือเพียงขั้นตอนกวนและบรรจุ นั่นแปลว่าในหนึ่งวันคุณทำได้หลายล็อตขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มคนหรือเพิ่มเตา

ตัวอย่างสารที่ใช้ทำวิธีเย็น

สารที่ใช้กันแพร่หลายในกลุ่มนี้คือ COSMEDIA SP ชื่อ INCI Sodium Polyacrylate ลักษณะเป็นของเหลวสีขาวขุ่น ทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกัน คือเป็นตัวประสานเนื้อครีมและตัวเพิ่มความหนืด

ชื่อ INCI Sodium Polyacrylate
CAS No. 9003-04-7
อัตราการใช้ 0.5-5% ในครีมและโลชั่น
ประสานน้ำมันได้สูงสุด 20% ของสูตร
ช่วง pH 2.5-11
ความเร็วการปั่น ไม่เกิน 2,500 รอบต่อนาที

เพราะทำสองหน้าที่ในตัวเดียว สูตรจึงใช้สารน้อยลง ลดทั้งต้นทุนต่อชิ้นและงานสต็อกวัตถุดิบ ซึ่งสำคัญมากสำหรับคนที่ทำหลายสูตรพร้อมกัน

เนื้อครีมข้นเนียนจากสารเพิ่มความหนืด Sodium Polyacrylate
เนื้อครีมข้นเนียนจากสารเพิ่มความหนืด Sodium Polyacrylate

สูตรแบบไหนที่ควรเลิกต้ม

สูตรที่มีสารสำคัญไวความร้อน

วิตามินซี วิตามินอี สารสกัดจากพืช และสารออกฤทธิ์หลายตัวเสื่อมสภาพเมื่อโดนความร้อนนาน ๆ การทำแบบเย็นทำให้ใส่สารเหล่านี้ได้ตั้งแต่ต้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอุณหภูมิ

สูตรเซรั่มและเจล

สูตรที่แทบไม่มีเฟสน้ำมัน หรือมีน้อยมาก จะได้ประโยชน์เต็มที่จากพอลิเมอร์กลุ่มนี้ เพราะทำหน้าที่สร้างความหนืดให้เนื้อใส ๆ ดูมีน้ำหนักและเกลี่ยลื่นขึ้นทันที

สูตรน้ำหอมชัดหรือใส่น้ำมันหอมระเหย

ความร้อนทำให้กลิ่นระเหยหายไประหว่างผลิต ทำแบบเย็นจึงคงกลิ่นได้ดีกว่าและใช้น้ำหอมน้อยลงในการให้ผลลัพธ์เท่าเดิม

งานผลิตรอบสั้นหรือรับผลิตล็อตเล็ก

ถ้ารับงานหลายเจ้าและแต่ละล็อตไม่ใหญ่ เวลาเซ็ตอัพและล้างอุปกรณ์คือต้นทุนจริง การตัดขั้นตอนความร้อนออกช่วยให้สลับสูตรได้เร็วขึ้นมาก

สิ่งที่ยังต้องระวังในวิธีเย็น

COSMEDIA SP เหมาะกับสูตรครีม โลชั่น เซรั่ม และเจล
COSMEDIA SP เหมาะกับสูตรครีม โลชั่น เซรั่ม และเจล

เริ่มต้นยังไงให้ไม่เสียของ

  1. ทดลองล็อตเล็กที่ 100-200 กรัมก่อน โดยใช้พอลิเมอร์ที่ 1% ของสูตร
  2. ถ้ามีเฟสน้ำมัน ผสมพอลิเมอร์ในเฟสน้ำมันก่อน แล้วค่อยเทเฟสน้ำลงพร้อมกวนต่อเนื่อง
  3. สังเกตความข้นระหว่างกวน ถ้ายังไม่พอให้เพิ่มทีละ 0.5% ไม่เกิน 5%
  4. ตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 1-2 สัปดาห์ และลองวางในที่ร้อนสลับเย็น เพื่อดูว่าเนื้อยังนิ่งอยู่ไหม
  5. เมื่อได้สูตรที่นิ่งแล้ว จดอัตราส่วนและความเร็วรอบที่ใช้ไว้ให้ครบ เพื่อทำซ้ำได้เหมือนเดิมทุกล็อต

สรุป

วิธีร้อนยังจำเป็นสำหรับสูตรที่มีไขมันสูงและสารที่ต้องหลอม แต่สำหรับครีมบำรุง โลชั่น เซรั่ม และเจลที่มีน้ำมันไม่เกิน 20% การทำแบบเย็นให้ผลลัพธ์ที่ดีพอ ๆ กันในเวลาที่สั้นกว่ามาก และเปิดทางให้ใส่สารที่ไวความร้อนได้อย่างสบายใจ

อ่านสเปกเต็มของ COSMEDIA SP (Sodium Polyacrylate) รหัส 6853 ได้ที่ blog.42okok.com/post/87 และดูหน้าสินค้าที่ 42okok.com

สอบถามราคาปลีก-ส่ง ปัญญาเคมีภัณฑ์ LINE @PYCM โทร 02-1147416 ต่อ 2