ห้องแล็บขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยซื้อ “ตู้ปลอดเชื้อ” มาใช้เพาะเชื้อ แล้วมารู้ทีหลังว่าเป็น laminar flow ที่เป่าลมออกหาคนทำงาน ในทางกลับกันก็มีห้องที่ซื้อตู้ชีวนิรภัยมาใช้แค่บรรจุครีมที่ไม่มีเชื้อเกี่ยวข้อง ทั้งสองแบบเสียเงินผิดจุดเหมือนกัน บทความนี้เขียนสำหรับเจ้าของกิจการ โรงงาน OEM เครื่องสำอางและอาหาร คลินิก สถานศึกษา และร้านค้าที่ขายอุปกรณ์ห้องแล็บ เพื่อให้แยกตู้สามชนิดออกจากกันได้ รู้ว่าควรมีแบบไหน เตรียมห้องอย่างไร และตอบคำถามที่ถูกถามซ้ำได้

ตู้สามชนิดที่หน้าตาคล้ายกัน แต่ปกป้องคนละอย่าง
ตู้ปลอดเชื้อ laminar flow หรือ clean bench
ดูดอากาศผ่านแผ่นกรอง HEPA แล้วเป่าลมสะอาดออกทางด้านหน้าตรงเข้าหาคนทำงาน จุดประสงค์คือกันฝุ่นและเชื้อจากอากาศไม่ให้ตกลงบนตัวอย่าง จึงป้องกันได้แค่ตัวอย่างอย่างเดียว ถ้าสิ่งที่อยู่บนโต๊ะเป็นเชื้อจุลินทรีย์ ละอองจากการปิเปตหรือเปิดฝาจะถูกเป่าออกมาหาผู้ใช้โดยตรง
ตู้ชีวนิรภัย Class II
ตู้ชีวนิรภัย (Biological Safety Cabinet หรือ BSC) Class II ใช้พัดลมดูดอากาศผ่าน HEPA ลมจ่าย แล้วปล่อยเป็นม่านลมสะอาดไหลลงแนวดิ่งเหนือพื้นที่ทำงาน อากาศจากห้องถูกดูดเข้าที่ช่องหน้าตู้ลงร่องหน้า ไม่พัดผ่านตัวอย่างและไม่ย้อนออกหาผู้ใช้ ลมทิ้งผ่าน HEPA อีกชั้นก่อนออกด้านบน โครงสร้างภายในเป็นแรงดันลบ ผลคือป้องกันได้ 3 ทางพร้อมกัน ผู้ใช้ ตัวอย่าง และสิ่งแวดล้อม
ตู้ดูดควัน fume hood
ออกแบบมาดูดไอสารเคมีออกจากคนทำงานแล้วปล่อยออกนอกอาคาร ไม่มีม่านลมสะอาดคลุมตัวอย่าง จึงไม่กันตัวอย่างปนเปื้อน และในทางกลับกัน ตู้ชีวนิรภัยก็ไม่ใช่ตู้ดูดควัน ห้ามใช้กับสารเคมีระเหยไวไฟ กรดเข้มข้น หรือสารกัมมันตรังสีปริมาณมาก เพราะ HEPA จับอนุภาคได้แต่ไม่กรองไอสารเคมี
| หัวข้อ | Laminar flow / clean bench | ตู้ชีวนิรภัย Class II | ตู้ดูดควัน fume hood |
|---|---|---|---|
| ทิศทางลมหลัก | เป่าออกหาผู้ใช้ | ลมสะอาดไหลลงแนวดิ่ง ดูดเข้าที่ช่องหน้า | ดูดออกจากผู้ใช้ไปนอกอาคาร |
| ป้องกันผู้ใช้ | ไม่ | ใช่ | ใช่ (ไอสารเคมี) |
| ป้องกันตัวอย่าง | ใช่ | ใช่ | ไม่ |
| ป้องกันสิ่งแวดล้อม | ไม่ | ใช่ (ลมทิ้งผ่าน HEPA) | ใช่ (ปล่อยนอกอาคาร) |
| งานที่เหมาะ | ตัวอย่างต้องสะอาดแต่ไม่เป็นอันตราย | เชื้อจุลินทรีย์ เพาะเลี้ยงเซลล์ เตรียม PCR | สารเคมีระเหย กรด ตัวทำละลาย |

ใครควรมีตู้ชีวนิรภัย Class II
กติกาง่าย ๆ คือ ถ้าสิ่งที่วางบนโต๊ะอาจเป็นอันตรายต่อคนทำงาน และคนทำงานก็อาจทำให้ตัวอย่างปนเปื้อน ควรใช้ตู้ชีวนิรภัย Class II กลุ่มที่เข้าข่ายชัดเจนได้แก่
- ห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา งานเพาะเชื้อ นับเชื้อ ทดสอบความปลอดเชื้อ
- ห้องเพาะเลี้ยงเซลล์ ที่ต้องกันเซลล์จากเชื้อในอากาศ และกันคนจากตัวอย่างชีวภาพ
- ห้องเตรียมตัวอย่าง PCR ที่ต้องลดการปนเปื้อนข้ามระหว่างตัวอย่าง
- ห้อง QC โรงงานเครื่องสำอางและอาหาร ที่ตรวจเชื้อในวัตถุดิบและสินค้าเอง แทนการส่งแล็บนอกทุกล็อต
- ห้องเตรียมยาและวัตถุดิบเครื่องสำอาง ที่ต้องการทั้งความสะอาดของสิ่งที่เตรียมและความปลอดภัยของคนเตรียม
- สถานศึกษาและศูนย์วิจัย ที่มีวิชาปฏิบัติการจุลชีววิทยาหรือชีววิทยาระดับเซลล์
ใครยังไม่จำเป็นต้องมี
ห้องที่ทำงานกับสารเคมีล้วน เช่น ผสมสูตรครีม ชั่งผง ต้องการตู้ดูดควันมากกว่า ห้องที่แค่บรรจุสินค้าในสภาพสะอาดโดยตัวสินค้าไม่เป็นอันตรายต่อคน ใช้ clean bench ได้ และคลินิกที่ส่งตัวอย่างออกแล็บภายนอกทั้งหมดก็ยังไม่ต้องลงทุน ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถามว่า “ถ้าละอองจากตัวอย่างลอยมาหาคนทำงาน มีปัญหาไหม” ถ้ามี นั่นคือตู้ชีวนิรภัย

A2 กับ B2 อธิบายแบบไม่ต้องเป็นวิศวกร
ตู้ในตระกูลนี้มีสองแบบให้เลือกทุกขนาด ดูจากรหัสท้ายรุ่น IIA2 หรือ IIB2 ความต่างอยู่ที่ลมทิ้งไปไหน
A2 หมุนเวียนอากาศในตู้ 70% และปล่อยลมทิ้ง 30% ที่ผ่าน HEPA แล้วกลับเข้าห้องได้เลย จึงวางในห้องได้ทันที ไม่ต้องเจาะผนัง ไม่ต้องเดินท่อ ค่าไฟต่ำกว่า เหมาะกับงานเชื้อทั่วไปและเพาะเลี้ยงเซลล์ที่ไม่มีไอสารเคมี สำหรับกิจการส่วนใหญ่ที่อ่านบทความนี้ A2 คือคำตอบ
B2 ปล่อยลมทิ้ง 100% ผ่าน HEPA ออกนอกห้องทางท่อ ต้องมีพัดลมระบายภายนอกช่วยดึง เหมาะกับงานที่มีไอสารเคมี กลิ่น หรือสารพิษปริมาณน้อยร่วมกับเชื้อ เพราะ HEPA ไม่กรองไอสารเคมี รุ่น B2 มาพร้อมท่ออ่อนเส้นผ่านศูนย์กลาง 250 มม. ยาว 4 ม. 1 เส้น พัดลมระบาย 1 ตัว และสายรัด 2 เส้น ไม่ต้องหาซื้อแยก
สิ่งที่คนมักลืมเรื่อง B2 คือ อากาศเติมทดแทน เมื่อตู้ดูดอากาศในห้องออกไปนอกอาคารตลอดเวลา ห้องต้องมีทางให้อากาศไหลเข้ามาแทน ไม่เช่นนั้นห้องจะเป็นแรงดันลบจนประตูเปิดยาก แอร์ทำงานหนัก และความเร็วลมของตู้ตก ห้องปิดสนิทที่ไม่มีระบบเติมอากาศจึงไม่เหมาะกับ B2

ตระกูล BSC กับ BHC ต่างกันตรงไหน
ทั้งตระกูลรวมกัน 23 รุ่น ทุกรุ่นมีพื้นที่ทำงานสแตนเลส 304 ที่มีร่องดูดลมหน้าและหลังถอดล้างได้ หลอด UV และไฟส่องสว่างในตัว กระจกหน้าเลื่อนขึ้นลง ลมทิ้งออกด้านบน ใช้ไฟ AC 220V 50Hz และมีปลั๊กไฟกันน้ำในพื้นที่ทำงานเฉพาะรุ่นตั้งพื้น
ตระกูล BSC 7 รุ่น ตัวตู้เหล็กทั้งตัว ควบคุมด้วยจอสัมผัส LCD ที่แสดงความเร็วลมลง ลมดูดเข้า แสงสว่าง หลอด UV และอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ กระจกเลื่อนด้วยไฟฟ้า มีอินเตอร์ล็อกไม่ให้ UV ติดขณะไฟส่องสว่างทำงาน แจ้งเตือนเมื่อเปิดกระจกสูงเกินกำหนด แผ่นกรอง HEPA หนา 70 มม. เหมาะกับห้องที่ต้องบันทึกค่าและอยากได้ระบบเตือน
ตระกูล BHC 16 รุ่น ใช้แผงปุ่มกดร่วมกับรีโมทไร้สายที่ตั้งเวลา ควบคุมไฟ และความเร็วลมได้ กระจกนิรภัย 4 มม. เลื่อนเงียบและหยุดค้างตำแหน่งได้ แถมท่อระบายลม 1 เส้นทุกรุ่น มีทั้งแบบเหล็กทั้งตัวและโครงเหล็กผสมไม้ (รหัสลงท้าย W) ที่ประหยัดกว่า เหมาะห้องแห้งที่ไม่ล้างน้ำแรง เช่น ห้องเรียน


BHC-800 ตั้งโต๊ะ สำหรับห้องเล็ก
ห้อง QC ของโรงงานขนาดเล็กหรือคลินิกมักไม่มีที่ให้ตู้สูง 2 เมตร รุ่น BHC-800IIA2 และ BHC-800IIB2 เป็นแบบตั้งโต๊ะ ขนาดภายนอก 1000×570×830 มม. พื้นที่ทำงาน 850×510×450 มม. ใช้ไฟ 0.6 KW สำหรับ A2 และ 0.9 KW สำหรับ B2 ไม่มีขาตั้ง ต้องวางบนโต๊ะที่แข็งแรงและได้ระดับ ข้อควรรู้คือรุ่นตั้งโต๊ะไม่มีปลั๊กไฟในตู้

เตรียมห้องก่อนตู้มาถึง
ตู้ชีวนิรภัยไม่ใช่ของที่ยกมาวางแล้วเสียบปลั๊กได้เหมือนตู้เย็น เตรียมห้องล่วงหน้าตามนี้จะทำให้วันส่งของจบในวันเดียว
- ขนาดพื้นที่ เลือกความกว้างตามจำนวนผู้ใช้ 1 คน 850 ถึง 1200 มม. 2 คน 1300 ถึง 1500 มม. 3 คน 1600 ถึง 1800 มม. รุ่นตั้งพื้นสูง 1.6 ถึง 2.15 ม. และต้องเผื่อช่องลมออกด้านบนอีกไม่น้อยกว่า 30 ซม.
- ทางเข้า ประตู ลิฟต์ และทางเดินต้องกว้างกว่าความลึกตู้ซึ่งอยู่ที่ 57 ถึง 76 ซม. และเช็กความสูงเพดานทางเดินกับขนาดลิฟต์สำหรับตู้สูงเกิน 2 ม.
- พื้นรับน้ำหนัก ตู้หนัก 80 ถึง 350 กก. ตามรุ่น ชั้นบนของอาคารเก่าหรือพื้นยกควรตรวจสอบก่อน
- ตำแหน่งวาง ห่างจากประตู ทางเดินพลุกพล่าน หน้าต่างที่เปิดได้ ช่องลมแอร์ และพัดลม 1 ถึง 1.5 ม. ลมแอร์ที่ปะทะหน้าตู้เป็นสาเหตุอันดับต้นของค่าความเร็วลมผิดปกติ
- ระบบไฟ ไฟ 220V วงจรแยก เบรกเกอร์ 10 ถึง 16A มีสายดิน ห้ามใช้ปลั๊กพ่วง และควรมี UPS เพื่อให้มีเวลาปิดภาชนะและเลื่อนกระจกลงเมื่อไฟดับ
- เส้นทางท่อ B2 วางแผนเดินท่ออ่อน Ø250 มม. ไปพัดลมระบายภายนอก ปล่อยเหนือหลังคาหรือห่างจากช่องรับอากาศของอาคาร ท่อห้ามหักงอ และห้องต้องมีอากาศเติมทดแทน

วันส่งของ เกิดอะไรขึ้นบ้าง
ตู้ตั้งพื้นหนักตั้งแต่ 80 กก. ในรุ่น BHC-900 ไปจนถึง 350 กก. ในรุ่น BSC-1600 การยกและย้ายต้องใช้คน 2 ถึง 4 คน จุดที่พลาดบ่อยที่สุดคือดันที่กระจกหน้าเพื่อเข็นตู้ ให้จับที่โครงตู้เท่านั้น เมื่อเข้าตำแหน่งแล้วล็อกล้อ ปรับขาให้ตู้ได้ระดับ เพราะตู้เอียงทำให้กระจกติดขัดและมีเสียงสั่น
หลังเสียบไฟ ให้เปิดพัดลมทดสอบ 10 ถึง 15 นาที ตรวจค่าความเร็วลม การเลื่อนกระจก สัญญาณเตือน หลอด UV และปลั๊กในตู้ ขั้นนี้ตรวจแค่ว่าตู้ไม่เสียหายจากการขนส่ง
ก่อนใช้กับเชื้อครั้งแรก แนะนำให้หน่วยงานรับรอง (certifier) เข้ามาทดสอบสมรรถนะในตำแหน่งจริงของห้อง แล้วทำซ้ำทุก 12 เดือน รวมทั้งหลังย้ายตู้หรือเปลี่ยนแผ่นกรอง ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ควรอยู่ในงบตั้งแต่แรก

คำถามที่พบบ่อยก่อนซื้อ
ตัวหนังสือบนจอเป็นภาษาจีนใช่ไหม ใช่ จอและแผงควบคุมของเครื่องจริงเป็นภาษาจีน สั่งเมนูภาษาอังกฤษเป็นตัวเลือกเสริมได้ตอนสั่งซื้อ และมีคู่มือภาษาไทย 8 หน้าที่ครอบคลุมการติดตั้ง การใช้ 8 ขั้น การดูแล และการแก้ปัญหา 8 อาการ
จุดตะเกียงแอลกอฮอล์ในตู้ได้ไหม ไม่ได้ เปลวไฟรบกวนม่านลมจนการป้องกันเสียไป และความร้อนทำลายแผ่นกรอง HEPA ให้ใช้วิธีปลอดเชื้อแบบไม่ใช้ไฟ เช่น อุปกรณ์ใช้แล้วทิ้ง
ใช้ตัวทำละลายหรือสารเคมีระเหยในตู้ได้ไหม ในตู้ A2 ไม่ควร เพราะลมทิ้ง 30% ปล่อยกลับห้องและอากาศส่วนใหญ่หมุนเวียนในตู้ ถ้ามีไอสารเคมีปริมาณน้อยร่วมกับงานเชื้อ ให้เลือก B2 ที่ระบายออกนอกอาคาร 100% ถ้าเป็นงานสารเคมีล้วน ไวไฟ หรือกรดเข้มข้น ต้องเป็นตู้ดูดควัน
เปิดเครื่องแล้วเริ่มงานได้เลยไหม ไม่ ให้ปิด UV เปิดไฟและพัดลม เลื่อนกระจกถึงตำแหน่งทำงาน แล้วรอให้ลมนิ่ง 5 ถึง 10 นาที ก่อนเช็ดพื้นที่ทำงานด้วยแอลกอฮอล์ 70% วางของลึกจากขอบหน้าอย่างน้อย 10 ซม. ไม่วางทับร่องดูดลม เสร็จงานปล่อยพัดลมต่ออีก 5 ถึง 10 นาที ปิดกระจก แล้วเปิด UV 15 ถึง 30 นาที การไม่รอลมนิ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของผลเพาะเชื้อปนเปื้อน
ใครเปลี่ยนแผ่นกรอง HEPA HEPA มีอายุหลายปี เปลี่ยนเมื่อความเร็วลมตกจนระบบชดเชยไม่ได้ หรือเมื่อทดสอบรอยรั่วไม่ผ่าน ต้องฆ่าเชื้อตู้ก่อนและทำโดยช่างที่ผ่านการอบรม ไม่ใช่งานที่ผู้ใช้ทำเอง ส่วนหลอด UV ตรวจทุก 6 เดือนและเปลี่ยนเมื่อครบอายุ
ตู้ชีวนิรภัยเป็นเครื่องมือแพทย์หรือไม่ ไม่ใช่ เป็นครุภัณฑ์ห้องปฏิบัติการสำหรับป้องกันผู้ใช้ ตัวอย่าง และสิ่งแวดล้อมระหว่างทำงานกับเชื้อ ไม่ได้ใช้วินิจฉัยหรือรักษาผู้ป่วย หน่วยงานที่จัดซื้อตามระเบียบควรระบุหมวดครุภัณฑ์ให้ถูกตั้งแต่ขั้นขอซื้อ
เสียงดังไหม ตระกูล BSC ระบุระดับเสียงไม่เกิน 65 dB และตระกูล BHC ไม่เกิน 62 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต ถ้ามีเสียงดังหรือสั่นผิดปกติ ให้ตรวจว่าล้อล็อกครบ ขาแตะพื้นทุกขา และไม่มีของตกในช่องพัดลม
สั่งแบบพิเศษได้ไหม ได้ โดยแจ้งตอนสั่ง เช่น ประตูไฟฟ้า สวิตช์เท้าเหยียบ เมนูภาษาอังกฤษ ปลั๊กมาตรฐาน US ปรับขนาดตามสั่ง เพิ่มการรับน้ำหนัก และแผ่นกรองประสิทธิภาพสูงพิเศษ สินค้าผลิตและนำเข้าตามออเดอร์ จึงควรยืนยันรุ่นและตัวเลือกให้ครบก่อนสั่ง

สำหรับร้านค้าและตัวแทนจำหน่าย ควรเสนอรุ่นไหนก่อน
ทั้ง 23 รุ่นไม่ต้องสต๊อกทั้งหมด เพราะเป็นสินค้าสั่งผลิตตามออเดอร์ สิ่งที่ร้านควรมีคือรุ่นที่ตอบลูกค้าส่วนใหญ่ได้ในใบเสนอราคาแรก แนะนำแบ่งสามกลุ่ม
- รุ่นเสนอเป็นค่าเริ่มต้น BSC-850IIA2Q ตู้ 1 คน 850×680×1850 มม. หนัก 120 กก. ใช้ไฟ 1 KW ไม่ต้องต่อท่อ เข้าห้องเพดานต่ำได้ และ BSC-1000IIA2Q ขนาด 1170×760×2150 มม. พื้นที่ทำงาน 1000×600×630 มม. หนัก 246 กก. สำหรับห้องที่มีที่พอ สองรุ่นนี้ครอบคลุมห้อง QC โรงงาน คลินิก และแล็บวิจัยขนาดเล็กเกือบทั้งหมด
- รุ่นงบประหยัดและห้องเล็ก BHC-800IIA2 ตั้งโต๊ะ BHC-900IIA2 ตั้งพื้นเหล็กทั้งตัว หนัก 80 กก. สูง 1600 มม. และ BHC-1000IIA2W โครงเหล็กผสมไม้สำหรับห้องเรียนและห้องแห้ง เหมาะกับลูกค้าที่ถามเรื่องงบก่อน
- รุ่นตามโครงการ ตู้ 2 คนและ 3 คน (BSC-1300, BSC-1600, BHC-1300, BHC-1600) และทุกรุ่น B2 ควรเสนอเมื่อลูกค้าให้แบบห้องและยืนยันเรื่องท่อระบายกับอากาศเติมทดแทนแล้ว เพราะ BSC-1600 หนัก 350 กก. ใช้ไฟ 1.5 KW และตู้ B2 ที่ขายไปโดยห้องไม่พร้อมจะกลายเป็นปัญหาหลังการขาย
ในใบเสนอราคาให้ระบุรหัสรุ่นเต็ม เช่น BSC-1000IIA2Q เพราะตัวอักษรท้ายบอกว่าเป็น A2 หรือ B2 ระบุขนาดภายนอกและพื้นที่ทำงาน น้ำหนัก กำลังไฟ ข้อกำหนดไฟ 220V วงจรแยก ของแถมของ B2 และแนบลิงก์คู่มือภาษาไทย บอกลูกค้าล่วงหน้าว่าจอเป็นภาษาจีนและสั่งเมนูอังกฤษได้ อย่าใส่คำอ้างที่ผู้ผลิตไม่ได้ระบุ เช่น อายุการใช้งานเป็นปีหรือการรับประกัน

ดูรายละเอียดทั้ง 23 รุ่นและการ์ดสเปกรายรุ่นได้ที่ หน้าสินค้าตู้ชีวนิรภัย Class II ตระกูล BSC / BHC และดาวน์โหลดคู่มือการใช้งานภาษาไทย 8 หน้าไว้แนบใบเสนอราคาหรือส่งให้ทีมแล็บอ่านก่อนตู้มาถึง ต้องการคำแนะนำเลือกรุ่น A2 หรือ B2 ให้ตรงกับห้องของคุณ หรือสั่งหลายเครื่องสำหรับโครงการ ติดต่อปัญญาเคมีภัณฑ์ LINE @PYCM โทร 02-114-7416 ต่อ 2 หรือ www.panyachemipan.com


